วันนั้นเมื่อฉันสอบเข้าป.โท IT บางมด (2552)
posted on 28 Feb 2009 13:46 by camio in camioเอนทรี่นี้เขียนไว้เพื่อเตือนความจำตัวเอง หรือเป็นภาพกว้างๆให้กับคนอื่นๆที่คิดว่าอยากจะสอบเข้าคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)ได้ลองอ่านเล่นๆ เรื่องของเรื่องคือ ตัวเราไม่มีได้จบปริญญาตรีทางด้านที่เกี่ยวกับคอมมาโดยตรง จึงถือเป็นกำแพงละลอกแรกที่จะต้องผ่าน เนื่องจากเป็นที่รู้ๆกันว่า บางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า "ต้องได้ปริญญาที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มานะ คุณถึงจะสมัครต่อโทของเราได้"
โอว ! จอร์จ แล้วเราจะเรียนอะไรดี ?? ที่ๆดูๆไว้ตอนแรกๆ (ไม่นับรวมเอกชน) ก็มีอยู่หลายที่(แม้ว่าจะไม่ได้เยอะมากก็ตาม) แต่ก็ดันเปิดยากเปิดเย็นเพราะ ทางนั้นมักจะชอบอ้างว่า "คนน้อย เลยไม่เป็นสอน" แต่ก็เอาเถอะ ในที่สุดก็หาที่สอบได้สักที ที่นั่นคือ เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สาขา IT เขาไม่ได้จำกัดว่าต้องเรียนคอมฯมา "อา.... ขอบคุณสวรรค์ อย่างน้อยๆก็ยังมีที่นี่" เพราะฉะนั้นการเตรียมสอบจึงเริ่มต้นขึ้น
ตัวเราเตรียมตัวสอบ 2 เดือนเต็มๆ ถึงแม้ว่าเดือนแรกจะอู้ๆทั้งเดือนก็เถอะ แถมในเดือนที่สองยังป่วยจนต้องเขา ร.พ. เลยต้องงดอ่านหนังสือ ไปสัปดาห์หนึ่งเต็มๆ แต่ก็ช่างมันๆ
ข้อสอบเข้าของที่นี่มีอะไรบ้าง ?
1. สิ่งแรกที่ทุกคนต้องสอบคือ ภาษาอังกฤษ แนวโทเฟล
ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยลองสอบโทเฟลดูก็เลยไม่รู้ว่าแนวมันเป็นอะหยั๋ง ประกอบกับคิดว่าตัวเองภาษาคงไม่ได้แย่อะไรมากมาย เลยไม่ได้อ่านเลยค่ะ *ฮา* ภาษานี่ตัวเปล่าเล่าเปลือยไปสอบจริงๆ
และเมื่อเปิดข้อสอบดู ปรากฏว่า ง่าย แต่ไม่ง่ายมากค่ะ อย่างน้อยๆก็ง่ายกว่า GRE และ TU-GET จมหู
ข้อสอบพาร์ทแรก Error-check ค่ะก็ตามชื่อ ให้เราหาข้อผิดพลาดในประโยค ไม่ว่าจะแกรมม่าผิด ใช้คำผิด ใช้คำฟุ่มเฟื่อย บลาๆๆ แรกๆเราก็ข้ามไปทำพาร์อื่นก่อน เพราะสมองยังไม่รับ ออกแนวงงๆพิกล แต่พอไฟติด สมองชินกับภาษาแล้ว คำตอบมันจะลอยออกมาเองค่ะ แบบว่า "ไอ้นี่แหละผิด"
*หมายเหตุ* ไม่ใช่ว่าเราเก่งภาษา แต่เนื่องจากเราอ่านนิยายต่างประเทศค่อนข้างเยอะงิ ก็เลยมองเห็นข้อผิดพลาดได้ง่าย ใครอยากฝึกเราก็ขอแนะนำซอร์ฟเกม NDS ตัวนี้ค่ะ 100 Classic Book Collection
เป็นเกม(??)/ซอร์ฟแวร์ที่รวมนวนิยายอมตะของต่างประเทศเอาไว้ถึง 100 เล่ม แบบเต็มๆไม่มีย่อแบบ Graded Reader ที่ขายๆกันอยู่เล่นละ 100 กว่าบาท (หรืออาจถูกกว่าถ้าพิมพ์ในบ้านเรา) แน่นอนค่ะว่าฉบับเต็มๆอ่านค่อนข้างยากเพราะ การเรียงตัวของประโยคอาจทำให้เราสับสนได้ง่าย แต่ก็เป็นการฝึกที่ดีมากๆทีเดียว
ตัวอย่างนิยายเช่น: สาวน้อยไฮดี้, แดรกคิวล่า, อลิส ในแดนมหัสจรรย์. ดร.แจคเคิล และ มิสเตอร์ไฮด์, พืน๊อคคิโอ, ชอร์ล๊อคโฮล์ม, ทอม ซอร์เยอร์ และ อื่นๆ
ข้อสอบพาร์ทที่ 2 ออกแนวเติมคำที่หายไปในบทความ อันนี้ไม่ยากค่ะ แต่ต้องดูดีๆ เลือก Tense ให้ถูก ดูบริบทรอบๆข้างให้ดี (ปล. พาร์นี้ถ้าเป็น TU-GET ยากมากๆๆๆ นอกจากจะไม่รู้Tense แล้ว ศัพท์ยังไม่รู้จักอีก)
ข้อสอบพาร์ทที่ 3 เป็นการวิเคราะห์คำศัพท์ที่ให้ว่า ว่าเป็นคำประเภทใด N V Adv หรือ Adj อันนี้ถือว่าปล่อยคะแนนเลยค่ะ เพราะนอกจากดูปุ๊บจะรู้ปั๊บแล้ว ยังมีหน้าความหมายภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีการใช้คัดมาจาก Dictionary ให้เสร็จ
ข้อสอบพาร์ทที่ 4 Reading ก็บอกได้คำเดียวว่า อ่านค่ะ ตั้งหน้าตั้งตาอ่านไป บทความที่ให้มาไม่ยาก แต่เยอะ ประมาณ 50 ข้อได้ วิธีที่ใช้หลักๆก็ Scaning ค่ะ ไม่งั้นไม่ทันจริงๆนะ แล้วก็อย่าScanจนโดนหลอกล่ะ (ตัวเองก็เกือบมาแล้ว หรือบางข้ออาจไปแล้วก็เป็นไปได้)
2. ข้อสอบต่อมาคือ GRE ค่ะ
อะไรคือ GRE คำตอบคือ "เราก็ไม่รู้เหมือนกัน" ดังนั้นปฏิบัติการหาแนวข้อสอบจึงเกิดขึ้น "โอ แม่เจ้าบ้านแตก" GRE เป็นข้อสอบ ENG ล้วนๆ แบ่งเป็น 3 ส่วน แต่ที่ใช้สอบที่บางมดนี้มี 2 ส่วนคือ
2.1 ส่วนของ Verbal ศัพท์ค่ะท่าน คำศัพท์ล้วนๆ แต่เป็นคำศัพท์ประเภทถ้าไปถามฝรั่ง ฝรั่งบางคนอาจจะไม่รู้ก็ว่าได้ "บร๊ะเจ้าช่วย กินซูชิ!! " ยากมากๆใครไม่ได้ท่องไปอย่างหวังว่าจะทำได้ หมดสิทธิ์ และถึงท่องไปก็ใช่ว่าจะเก็งถูกเป๊ะๆ แค่คำศัพท์ที่ออกบ่อยๆใน GRE ก็ปาเข้าไป 1000 กว่าคำแล้ว
ตัวเราเองก็ปรินส์มา 500 คำที่ออกบ่อยกว่า แต่หลังจากทำข้อสอบแล้วมาดูในส่วนที่ปรินส์มาปรากฏว่าไม่มี เราเลยคิดว่า "ดีนะที่ไม่ท่องไปเพราะถึงท่องไปก็ไม่ออก" *ฮา* ค่ะเพราะงั้นเราเลยทิ้งคะแนนส่วนนี้ไป เน้นค่ะ ตั้งใจทิ้ง แค่ 10 ข้อปล่อยมันไปเถอะ เสียเวลา
2.2 ส่วนความสัมพันธ์ (ขอโทษค่ะที่จำศัพท์ไม่ได้) โจทย์จะให้คำเรามาสองคำ เช่น Teacher : Instruction แล้วให้เราเลือก คู่คำศัพท์ ที่มีความหมายเหมือนคู่ข้างต้น โดยส่วนตัวแล้วชอบพาร์ทนี้นะ เพราะถาม-ตอบความสัมพันธ์กันสนุกปาก แต่ !! ถ้าใครไม่รู้วิธีมันจะกลายเป็นข้อที่ยากมากๆเช่นกัน เพราะงั้นแนะนำให้ลองหาเทคนิคการทำโจทย์พวกนี้จากหนังสือเตรียมสอบ GRE ของต่างประเทศมาลองอ่านดูค่ะ
2.3 ส่วนของเลขคณิตค่ะ อ๊ะๆ ไม่ต้องห่วง เพราะมันเป็นคณิตศาสตร์ม.ต้น แต่ๆๆๆๆๆ โจทย์เป็น Eng ทั้งหมดนะคะ ใครไม่คุ้น หรือ ไม่รู้ศัพท์ ก็กลับบ้านเกิดเถอะค่ะ TwT ตัวเราเองไม่ถนัดวิชาคณิต แต่ก็เพราะได้ฝึกทำโจทย์ภาษาอังกฤษมาพอควรนี่ล่ะ พออ่านโจทย์ปุ๊บก็รู้ว่าเค้าจะให้หาอะไร ก็เลยไม่มีปัญหาทั้งๆที่ตอนแรกๆกังวลแทบคลั่ง แต่ถ้าใครชินกับโจทย์แบบนี้รับลองเต็มแน่ๆค่ะกับส่วนนี้
3. สุดท้ายที่ข้อสอบ IT
ข้อสอบ IT เป็นข้อสอบที่ตัวเองคิดว่าแน่จำทำได้มากที่สุด แต่กลับงงที่สุดเช่นกัน เพราะไม่ได้เตรียมตัวว่าโจทย์มันจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดไป ประกอบกับไอ้ที่อ่านไป "พื้นฐานคอมพิวเตอร์" ที่อ่านไปน่ะ.............
/me ล้มโต๊ะ "มันออกซะที่ไหนเล่า !!" "อะไรกันๆ ไม่รู้มาก่อนเลยแล้วจะให้ทำได้ยังไง ??"
ตอนนั่งทำข้อสอบไปก็นั่งคิดไป ส่งสัยว่าตัวเราจะไม่เหมาะกับสายนี้ ?? อือ...........
โจทย์ IT ของที่นี่ออกแนววัดว่ารู้รู้จักหรือไม่ เท่านั้นแหละค่ะ ถ้ารู้ก็ง่าย ไม่รู้ก็จบ เท่านั้นจริงๆ เอ....งั้นต้องยกตัวอย่าง เช่น ข้อง่ายๆ บริษัทใดผลิต IPOD ? << ข้อนี้คนทันสมัย ไม่สิ ส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้ งั้นมาข้อต่อไป
ข้อใดไม่ใช่ผู้ให้บริการ Internet ในประเทศไทย ? ไอ้ข้อนี้ล่ะค่ะ มันไม่ได้มี TOT หรือ TRUE แต่เป็นประเภท เน็ตชั่วโมงอ่ะค่ะ ถ้าใครไม่เคยใช้ก็อาจจะไม่รู้ก็ได้ เพราะบางเจ้าก็แทบไม่มีใครรู้จัก TwT อา.....
แต่แล้วเราก็รอดมาได้ *ฮิฮิ้ว~*
.
.
.
.
ตอนนี้แม้ว่าเราสอบผ่านข้อเขียนแล้ว แต่ก็ยังลุ้นรอผลสัมภาษณ์อยู่ >_< อา.....ถ้าผ่านก็คงดี












สู้ๆ นะ
#1 By BerserYแมวเบอร์ซารี่ on 2009-02-28 20:45