[บทแปล] WA2 Drama -01.ความทรงจำของมาเรียเบล-
posted on 25 Mar 2009 09:46 by camio in Fictionบทความต่อไปนี้เป็นบทแปลที่เจ้าของบล๊อคฟังและถอดความมาจาก Wild Arms 2nd Ignition Original Drama ซึ่งเป็นดราม่าที่หาฟังได้ยากยิ่งแล้ว
ตัวเนื้อหาภายในจะเป็นส่วนเติมเต็มเนื้อเรื่องที่ขาดหายไปจากเนื้อเรื่องหลักของเกม Wild Arms 2 โดยตัวละครหลักในครึ่งแผ่นแรกจะเป็น เมเรียเบล อาร์มิเทต และ โทนี่ สก๊อต ส่วนในครึ่งแผ่นหลังจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแอชเลย์ และ โทนี่สลับกันไป
สำหรับคนที่อยากฟังฉบับเต็มๆก็ลองไปหาใน Niconico ดูได้ เจ้าของบล๊อคเองก็ฟังแล้วแล้วแกะเนื้อจากที่นั้น
เอาล่ะก่อนอื่นคงต้องขอแนะนำตัวละคร
อานาสตาเซีย รูน วาเลเรีย: สตรีแห่งดาบศักดิ์สิทธิ์ผู้ถือการ์เดี้ยนเบลอาร์การ์รัม
มาเรียเบล อาร์มิเทจ: ชนเผ่าโนเบลเรด(ผีดูดเลือด) คนสุดท้าย ผู้คอยเฟ้ามองความเป็นไปของฟาร์ไกอาตั้งแต่สมัยอานาสตาเซียจนถึงปัจจุบัน
*หมายเหตุ* ชื่อตัวละครขออ่านตามเสียงภาษาญี่ปุ่น
-------------------------------------------------
Wild arms 2 Ignition Original Drama
01 ความทรงจำของมาเรียเบล
มาเรียเบล: คนที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อพวกพ้องโดยไม่ลังเล คนแบบนี้น่ะหายากทีเดียว และหนึ่งในจำนวนน้อยๆ นั้น คือบุคคลที่ผู้คนยกย่องให้เป็น “วีรบุรุษ” ใช่แล้ว.... ยกตัวอย่างเช่น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว โลกใบนี้มีสิ่งที่ถูกเรียกว่าเพลิงแห่งความหายนะอยู่นั่นคือ เทพปีศาจแห่งเปลวเพลิง ลอร์ดเบรซเซอร์ ขณะที่ปีศาจร้ายกำลังเผาผลาญโลกอยู่นั้นเอง หญิงสาวผู้หนึ่งได้ลุกขึ้นสู้
ลอร์ดเบรซเซอร์: หึๆๆ ยอดเยี่ยมมากที่ตามข้าจนมาถึงที่นี่ ถึงแม้ว่าเจ้าจะยืมพลังดาบศักดิ์สิทธิ์-อาการัมมาใช้ก็ตาม แต่ก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง
อานาสตาเซีย: หึๆ เป็นพวกกีดกันทางเพศรึไงจ๊ะ ? ถึงจะชั้นเป็นผู้หญิงแต่ก็สู้ได้ไม่แพ้ผู้ชายหรอกนะ แม้ว่าจริงๆจะไม่อยากสู้ก็เถอะ (*เสียงตั้งท่าพร้อมสู้*) เอาล่ะ... มาจบๆกันซักทีเถอะ คุณเทพปีศาจผู้ชอบกีดกันผู้หญิง
ลอร์ดเบรซเซอร์: หึๆๆๆ คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะข้าไม่มีวันถูกทำลาย
อานาสตาเซีย: ว่าอะไรนะ ?
ลอร์ดเบรซเซอร์: ต้นกำเนิดพลังของข้ามาจากจิตใจอันดำมืดของมนุษย์ ความโกรธ ความแค้น ความกลัว และสิ่งหล่านี้ก็ให้กำเนิดข้า อาจจะฟังดูแสลงหู แต่ก็เป็นพวกมนุษย์ที่เจ้าปกป้องนั่นแหละ อนาสตาเซีย ฮะๆๆๆ
อานาสตาเซีย: เรื่องแบบนี้..... แต่.......ไม่จริงน่า........
ลอร์ดเบรซเซอร์: เจ้าน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว.... ทำไมเจ้าจึงต้องสู้เพียงลำพัง ? ทำไมจึงไม่มีพวกพ้องร่วมรบ ? ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะความอ่อนแอของมนุษย์ มันผลักไสทุกอย่างให้ผู้หญิงตัวคนเดียวแบกรับ กลายเป็นเครื่องบูชายันต์ นั่นละจิตวิญญาณอันมืดมิดของมนุษย์ ที่มอบพลังให้ข้า
อานาสตาเซีย: ไม่เข้าใจหรอกย่ะ ชั้นมันพวกลูกบ้ามากกว่าความน่ารักซะด้วย ยิ่งกว่านั้น.... ชั้นไม่ได้สู้เพื่อให้ใครมาขอบคุณหรอกนะ ชั้นสู้เพื่อตัวชั้นเอง
ลอร์ดเบรซเซอร์: โฮ่... เป็นหญิงสาวที่เข็มแข็งเสียจริง
อานาสตาเซีย: หึ แต่ว่านะ อยู่คนเดียวมันก็เหงาจริงๆ นี่ช่วยมาคบกับชั้นหน่อยสิ
ลอร์ดเบรซเซอร์: อะไรนะ
อานาสตาเซีย: ชั้นจะผนึกนายด้วยพลังของอาการัมนี่แหละ ในเบื้องลึกของแผ่นดินนี้ตลอดกาล จะไม่ให้มีโอกาสได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกใบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง พร้อมๆกับชั้น...
ลอร์ดเบรซเซอร์: อ๊าคคคค อ๊าคคคค อึ๊ก เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ ข้าไม่มีวันถูกทำลาย.... สักวันข้าจะกลับมา สักวัน.......... ข้าจะกลับมาแน่
อานาสตาเซีย: *หัวเราะ* คงไม่ได้หรอก ไม่ให้หนีไปได้แน่ ขอเดิมพันด้วยชีวิตของชั้น!
ลอร์ดเบรซเซอร์: อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
อานาสตาเซีย: ขอโทษนะมาเรียเบล ชั้นคงต้องขอไปคนเดียว อา.... ชั้นอยากเล่นกับเธอมาก..กว่า......นี้.... *เสียงปักดาบลงบนเพื่นดิน*...........................................................................................................................................................
มาเรียเบล: อานาสตาเซียใช้ชีวิตของตนเอง ผนึกลอร์ดเบรซเซอร์ได้สำเร็จ เธอได้รับการขนานนามจากผู้คนว่า “สตรีแห่งดาบศักดิ์สิทธิ์” ในฐานะวีรสตรีที่ช่วยโลกไว้
และแล้วเวลาก็ล่วงเลยไป บัดนี้ได้มีบุคคลผู้หนึ่งก้าวเดินอยู่บนเส้นทางแห่งวีรบุรุษอีกครั้ง ชายหนุ่มนาม “แอชเรย์ วินเชสเตอร์”
To be continue >> 02 เส้นทางสู่วีรบุรุษ
Comment: ตอนเล่นเกมไม่เคยคิดเลยว่า อานาสตาเซียจะมีลูกบ้าได้ขนาดนี้ พอฟังดราม่าจบเลยเก็ตว่าทำไมคานอนที่ได้รับสืบทอดเลือดมาถึงได้บ้าดีเดือดขนาดนี้ =w=a












