Myth

หมู่นี้รู้สึกว่าตัวเองขยันอัพบล๊อคเอามากๆ แต่จริงๆแล้วคือ เนื้อหาที่เอามาลงวันนี้นั้น พิมพ์ไว้นานแล้วล่ะ 555+ ได้ทีก็เลยเอามายำลงอีกหน :P

โคลอสซัส[Colossus] จริงๆแล้วมันคืออะไร ?

ถ้าเพื่อนๆคนไหนเคยเล่มเกมPS2 หรือ เคยเห็นเกม Shadow of Colossus ผ่านหูผ่านตามาแล้วล่ะก็ คงจะไม่ยากที่จะตอบว่ามันคือรูปปั้นยักษ์มีชีวิตใช่มั้ยค่ะ?
แต่เอ......มันมีจริงๆรึเปล่านะ หรือว่าเป็นแค่สิ่งที่แต่งขึ้นในเกม อืม......ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้

คำตอบก็คือ.......

โคลอสซัส[Colossus] เป็น รูปอนุสาวรีย์หินที่ชาวเกาะโรดส์สร้างเป็นอนุสรณ์แด่สุริยะเทพ(หมายถึงอพอลโล)ของเขาสืบเนื่องจากชัยชนะในศึกครั้งหนึ่ง ซึ่งช้าศึกได้รอมเมืองอยู่นาน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงยกทัพกลับไป
ด้วยเหตุนี้ชาวโรดส์เห็นว่าเป็นเพราะอำนาจคุ้มครองจากสุริยเทพ จึงพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์หินนี้ขึ้นมาณปากทางเข้าท่าราวปี 280 ก่อนคริสตกาล
เป็นรูปองค์เทพยืนตระหง่าน ผิวอาบบรอนส์ทอง ส่วนสูงรวมฐาน105ฟุต ต่อมาในปี 224 ก่อนคริสตกาล เกาะโรดส์เกิดแผ่นดินไหว ทำให้รูปอนุสาวรีย์ยุบลงไปแค่เข่า แต่ไม่ถึงกับโค่นซะทีเดียว
และอนุสาวรีย์นั้นก็อยู่ในลักษณะนั้นมาอีกกว่า 800ปี แม้ชาวโรดส์พยายามจะซ่อมแซมแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งถึงปีค.ศ.653 นายพลซาระเซนตีเกาะโรดส์ได้ และสั่งให้โค่นอนุสาวรีย์นี้เพื่อเอาทองบรอนส์ไปขาย
ก็เป็นอันสิ้นประวัติรูปโคลอสซัส[Colossus] แต่เพียงเท่านี้

อ้างอิงจาก>> สายสุวรรณ. เทวดาฝรั่ง กรีก-โรมัน. นครหลวงฯ: แพร่พิทยา, ม.ป.ป.

ได้เล่น大神 [Okami] แล้วเฟร้ย หมาป่าสีขาว(ไม่)น้อยนามอามาเทราซุ น่ารักมากๆ แต่เท่าที่อ่านเนื้อเรื่องเกริ่นแรกๆ เนื้อเรื่องนี้จะเป็นเนื้อเรื่องแต่งใหม่(แต่ก็ผสมของเก่าด้วย)และ ใช้ชื่อและตัวละครจากตำนานหรือหนังสือสมัยโบราณเก่าแก่เช่น โคจิกิ(หนังสือเล่มแรกของญี่ปุ่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานการสร้างโลก...ฯลฯ) เล่มต่อมาก็จะเป็น เอะฮน(หนังสือภาพ หรือก็คือนิทานนั่นเอง) เช่นพวก โมโมทาโร่ ฯลฯ หรือแม้แต่โอโตงิโซชิ เช่นเรื่อง อุราชิม่าทาโร่ ฯลฯ

เอาเป็นว่าเรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

อิซานางิและอิซานามิ (ภาพถ้าหาได้แล้วจะเอามาลงค่ะ)

ในอดีตเมื่อครั้งที่โลกยังคงเป็นเพียงทะเลโคลน ยังไม่มีคนและสัตว์อาศัยอยู่ และแล้ววันหนึ่งท้องฟ้าซึ่งดำมืดอยู่ตลอดกาลด้วยเมฆสีดำซึ่งซ้อนทับกันอยู่นั้น ก็เกิดให้เกิดฝนตกใหญ่ติดต่อกันเป็นเวลานานและเมื่อฝนหยุดตกก็เกิดมีเทพเจ้า2องค์จุติ ดังหนึ่งตาหญ้าที่งอกแทงขึ้นมามาบนพื้นโลก เทพชายมีชื่อว่าอิซานางิ ผู้ซึ่งมีง้าวอันงดงามถือติดมือมาและเทพหญิงมีชื่อว่า อิซานามิ มีกระจกห้อยคออันวิจิตงดงามส่องแสงระยิบระยับเป็นของประจำตัว ทำให้โลกในขณะนั้นค่อยๆสว่างขึ้นแสงเรืองๆนั้นทำให้เห็นสายรุ้งที่แทรกอยู่ระหว่างกลีบเมฆ เทพทั้ง2 จึงตัดสินใจขึ้นไปบนสายรุ้งนั้นและมองลงมาบนพื้นโลก

แต่ทว่าเทพทั้ง2รู้สึกไม่ชอบใจสภาพของโลกที่เป็นอยู่ดังนั้น เทพอิซานางิจึงตัดสินใจใช้ง้าวจุมลงในทะเลโคลนแล้วกวนจนเป็นน้ำวนขนาดใหญ่

เมื่อโคลนและน้ำแยกออกจากกันแล้วอิซานางิจึงยกง้าวขึ้นสะบัดปลาย น้ำที่หยดลงมานั้นกลายเป็นเกาะเล็กที่สวยงาม เทพทั้ง2จึงชวนกันลงไปที่เกาะนั้นและ สร้างพระราชวังของตนเองขึ้น แต่ท่านทั้ง2ไม่หยุดแค่นั้น ทั้งอิซานามิและอิซานางิเดินเวียนรอบเสาของพระราชวังไปคนละทาง(ซ้ายทางขวาทาง) และเมื่อมาพบกันอีกครั้งก็จะทำให้เกิดนครใหม่ๆ แห่งแรกคือเกาะอาวาจิ และต่อมา ชิโคกุ โอคิ คิวชิว อิคิ ซึชิมะ ซะโดก็เกิดขึ้นตามๆกันมา ท้ายที่สุดก็มีเกาะโอยามาโตโตโยอาคิชิ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้น(เกาะฮอนชิวในปัจจุบัน) และด้วยเหตุนี้เองญี่ปุ่นจึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งเกาะทั้ง8 (โอยาชิมา)

เทพทั้ง2นี้ยังให้กำเนิดเทพอื่นๆอีกมากมายเช่น เทพแห่งลม เทพแห่งทะเล เทพแห่งป่า ฯลฯแต่องค์ที่สำคัญที่สุดมี3องค์คืออามาเทราซุ(ตัวเอกโอคามิ) ซุซาโนโอะ ทซึคุโยมิ(ในนารุโตะเรียกว่า "อ่านจันทรา")เทพเจ้าองค์สุดท้ายคือเทพเจ้าแห่งไฟ เนื่องจากอิซานามิถูกไฟของเทพองค์นี้เผาอย่างทุกข์ทรมาณระหว่าให้กำเนิดเทพองค์นี้ทำให้เทพหญิงสิ้นชีวิตไปอยู่ยัง ภูมิมรณะ (โยมิโนะคุนิ) หลังจากอิซานามิจากไปอิซานางิก็โศกเศร้าเสียใจน้ำนาไหลท่วมแผ่นดินเกิดเป็นทะเลสาปใหญ่ขึ้น

อ้างอิงจาก: โคจิกิ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นอันจบตอนแรกค่ะ ตอนที่2จะเป็นตอนที่อิซานางิลงไปหาอิซานามิที่ภูมิมรณะ แต่คิดว่าจะไม่พิมพ์นะค่ะ(ยกเว้นว่าจะมีคนอยากอ่าน)โดยส่วนตัวกะว่าจะข้ามไปในส่วนของอามาเทราซุเลย(อธิบายตำนานตามตัวละครที่อยู่ในเกมโอคามิ ฮุๆๆๆ)


edit @ 2006/04/22 11:10:23

ตกลงว่าไม่ข้ามตอนดีกว่า เพราะท่านกิงขอมา ฮุๆๆ Enjoy ตอนต่อไปได้เลยค่ะ

ตำนานเทพเจ้าญี่ปุ่น ตอนที่ 2 -มรณภูมิ-

เนื่องจากสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไป วันๆนึงเทพอิซานางิจึงได้ใช้เวลาไปกับการร้องไห้ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักเท่าไหรก๊ตามความโศกเศร้านั้นก็มิได้จางลงแต่กลับทวีคูณขึ้น ดังนั้นเทพอิซานางิจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังมรณภูมิ ที่อยู่ในที่อันมืดมิดใต้โลกซึ่งมนุษย์ไม่อาจเข้าไปได้ มีประตูหินอันเย็นยะเยือกปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนา เทพอิซานางิได้เดินทางมาถึงประตูนี้และส่งเสียงเรียกผู้เป็นภรรยาด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน
ว่าขอให้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีก ฝ่ายอิซานามิได้ยินดังนั้นจึงตัดพ้อต่อว่าผู้เป็นสามีว่า ทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้ เพราะบัดนี้ตนเป็นคนของมรณภูมิไปเสียแล้วเนื่องจากได้ทานอาหารของโลกนี้เข้าไป แต่อย่างไรก็ตามเทพอิซานามิเห็นว่าเทพอิซานางินั้นอุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว จึงได้บอกให้เขารออยู่ที่ประตูก่อน ตนเองจะไปทูลขอต่อผู้เป็นใหญ่ในแดนนี้เอง (คาดว่าจะเป็น เอ็นม่าโอ) แล้วอิซานามิก็หายไปโดยให้อิซานางิยืนรอตามที่ว่า
เวลาผ่านไปนานเท่านานเทพอิซานามิก็ยังไม่ออกมา เทพอิซานางิจึงตัดสินใจเข้าไปในประตูนั้น ภายในมีแต่ความมืด แต่เทพอิซานางิก็ดึงเอาซี่หวีที่อยู่กับตัวหักออกมาแล้วจุดไฟ จากนั้นก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ และแล้วเขาก็พบร่างของภรรยา
แต่ทว่า บัดนี้ร่างนั้นกลับเน่าเฟะเต็มไปด้วยหนอนไชทั่วร่าง อีกทั้งยังมีปีศาจน้อยๆกำเนิดออกมาจากร่างอันเน่าเปื่อยนั้นอีก เทพอิซานางิตกใจและวิ่งหนีอย่างลืมตัว ฝ่ายเทพอิซานามิที่มาเข้านั้นในใจทั้งเป็นทุกข์และเคียดแค้น เธอจึงสั่งให้เหล่าปีศาจสาวไล่จับเทพอิซานางิทันที แต่เทพอิซานางิก็ใช้เครื่องประดับผมปาทิ้งไปเบื้องหลัง และกลายเป็บไร่องุ่นที่พื้นดิน พวกปีศาจเหล่านั้นจึงหยุดเก็บองุ่นกิน แต่ไม่นานนักพวกปีศาจก็ตามมาอีก เทพอิซานางิจึงดึงหวีที่เสียบอยู่มาหักเป็นซี่ๆและ ปาออกไปกลายเป็นหน่อไม้ พวกปีศาจก็หยุดกินอีกเช่นเดิม เทพอิซานามิเห็นดังนั้นจึงสั่งให้อสูรกายแห่งลมตามไป ไม่นานอสูรตนนั้นก็ไล่ตามทัน เทพอิซานางิชักดาบออกมาตอบโต้แต่จำนวนศัตรูนั้นมีมากเกินไป จึงทำได้แค่หนีไปพลางแกว่งดาบไปพลาง
ในที่สุดก็มาถึงเนินเขาลูกหนึ่งมีชื่อว่า "โยโมซึฮิระ" ซึ่งเป็นเขตแดนกั้นระหว่าแดนมนุษย์และมรณภูมิ ที่เชิงเนินนั้นมีต้นท้อใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ เทพอิซานางิใช้ผลท้อนั้นขว้างไปหาอสูรกาย ทันที่ที่โดนตัวพวกอสูรผลท้อเหล่านั้นก็แตกตัวออกเป็น2... 3..4.. ไปถูกปีศาจร้ายทั้งหลายเป็นลูกโซ่
เหล่าปีศาจตกใจจึงหนีไปกันหมด เทพอิซานางิจึงได้สำนึกบุญคุณต้นท้อและให้ชื่อต้นท้อนั้นว่า "โอคามิซึมิโนะกามิ" (ผลไม้แห่งเทพ) อิซานามิโกรธแค้นอย่างมากจึงได้ตามมาด้วยตนเองแต่ เทพอิซานางิได้เอาก้อนหินเปิดทางเนินนั้นซะก่อน

เทพอิซานามิจึงกล่าวอย่างโกรธแค้นว่า
"โอ...ท่านช่างใจดำเหลือเกิน เมื่อท่านทำสิ่งที่ร้ายกาจแบบนี้กับข้าพเจ้าได้ กท่านก็สมควรจะได้รับการตอบแทนอย่างสาสม ข้าพเจ้าจะฆ่ามนุษย์ให้ล้มตายวันละพันคนทุกๆวัน"


เทพอิซานางิ จึงกล่าวตอบว่า

"นางเอย... ถ้านางฆ่าคนของข้าพเจ้าได้วันล่ะพันคน ข้าพเจ้าก็จะให้กำเนิดมนุษย์วันล่ะดพันห้าร้อยคน เป็นการตอบแทนทุกๆวัน"

และด้วยปณิธานที่ว่านี้เองจึงทำให้วันหนึ่งมีคนตายพันคน และคนเกิด1500คน (ปัจจุบันคงไม่ได้แล้วม้าง...)

อ้างอิงจาก: โคจิกิ
จบกันซะทีเหนื่อยจริงๆ ตอนหน้าจะเป็นตอนของเทวีสุริยันอามาเทราซุแล้วฮะ เย้....

Comment ส่วนตัวกับตอนนี้: ในเรื่องของโยมิโนะคุนิ(มรณภูมินั้น) ดูๆแล้วมีส่วนคลายกับUnderworld ของกรีกอยู่ไม่น้อย เช่นกฎในเรื่องการกินอาหารในแดนนั้น แล้วจะกลับมาบนโลกไม่ได้อีก(ตำนานกรีกเรื่องของ พอเซฟโฟนี่และฮาเดส) อันนี้ไม่รู้ว่าใครลอกใครเลยเนอะ เอ๊ะ!! หรือว่าจะมีพรมแดนแบ่งนรกตามแต่ล่ะประเทศ ?? (อันนี้ก็ไม่รู้เนอะ ตอนลองไปเที่ยวกันดูเอง อ้าววว ไหงพูดงั้นล่ะพี่ !! -.- พูดเล่นค่ะ พูดเล่น)



Camio the bird
View full profile